สรรพคุณของบัวหลวง บัวไทย บัวฉัตรขาว บัวสัตตบุตย์

Dok Bua

สรรพคุณของบัวหลวง หรือบัวไทยหรือบัวฉัตร์ขาวเรียกกันทั่วไปว่า “สัตตบุตย์”ของเรานั้นมีประโยชน์และสรรพคุณมาก

ลักษณะของบัวหลวงขาวซ้อน ( บัวฉัตรขาว ) มีชื่อว่า สัตตบุตย์ ดอกมีขนาดใหญ่ ดอกตูมเป็นรูปไข่ทรงป้อม คล้ายบัวพันธุ์สัตตบงกช ดอกมีสีขาว ประกอบด้วยกลีบดอกสีเขียวอมขาว ส่วนกลีบชั้นในสีขาวตลอด ส่วนรูปทรงและการเรียงตัวของกลีบดอกคล้ายบัวพันธุ์สัตตบงกช

ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Nelumbo nucifera Gaertn.

ชื่อสามัญ :   Lotus

วงศ์ :   Nelumbonaceae

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :  เป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าและไหลอยู่ใต้ดิน เหง้า จะมีลักษณะเป็นท่อนยาว มีปล้องสีเหลืองอ่อนจนถึงเหลือง แข็งเล็กน้อย ถ้าตัดตามขวางจะเป็นรูกลมๆ หลายรู ไหลจะเป็นส่วนที่เจริญไปเป็นต้นใหม่ ใบ ใบเดี่ยวรูปโล่ ออกสลับ แผ่นใบจะชูเหนือน้ำ รูปใบเกือบกลม ขนาดใหญ่ ขอบเรียบและเป็นคลื่น ผิวใบมีนวล ก้านใบแข็งเป็นหนาม ถ้าตัดตามขวางจะเห็นเป็นรูภายใน ก้านใบมีน้ำยางขาว เมื่อหักจะมีสายใยสีขาว ใบอ่อนสีเทานวล ปลายม้วนงอขึ้นทั้งสองด้าน ก้านใบจะติดตรงกลางแผ่นใบ ดอก เดี่ยว มีสีขาว สีชมพู กลิ่นหอม บัวหลวงจะเริ่มบานตั้งแต่ตอนเช้า ก้านดอกยาวมีหนามเหมืนก้านใบ ชูดอกเหนือน้ำ และชูสูงกว่าใบเล็กน้อย กลีบเลี้ยง 4- 5 กลีบ ขนาดเล็ก สีขาวอมเขียว หรือสีเทาอมชมพู ร่วงง่าย กลีบดอกมีจำนวนมากเรียงซ้อนหลายชั้น เกสรตัวผู้มีจำนวนมากสีเหลือง ปลายอับเรณูมีระยางคล้ายกระบองเล็กๆ สีขาว เกสรตัวเมียจะฝังอยู่ในฐานรองดอกรูปกรวยสีเหลืองนวล ผล รูปกลมรีสีเขียวนวล มีจำนวนมาก ฝังอยู่ในส่วนที่เป็นรูปกรวย เมื่ออ่อนมีสีเหลือง รูปกรวยนี้เมื่อเป็นผลแก่จะขยายใหญ่ขึ้นมีสีเทาอมเขียว ที่เรียกว่า “ฝักบัว” มีผลสีเขียวอ่อนฝังอยู่เป็นจำนวนมาก
ส่วนที่ใช้ :  ดีบัว ดอก เกษรตัวผู้ เมล็ด ไส้ของเมล็ด ยางจากก้านใบและก้านดอก เง่า ราก

สรรพคุณของบัวหลวง

ดีบัว  –  มี Methylcorypalline ซึ่งเป็นตัวทำให้เส้นเลือดขยาย

ดอก, เกษรตัวผู้ – ขับปัสสาวะ ฝากสมาน ขับเสมหะ บำรุงหัวใจ เกษรปรุงเป็นยาหอม ชูกำลัง ทำให้ชื่นใจ ยาสงบประสาท ขับเสมหะ

เหง้าและเมล็ด – รสหวาน เย็น มันเล็กน้อย บำรุงกำลัง แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้เสมหะ แก้พุพอง

เมล็ดอ่อนและแก่ – เมล็ดใช้รับประทานเป็นอาหาร และใช้ทำเป็นแป้งได้ดี

เหง้าบัวหลวง – ใช้ปรุงเป็นอาหารได้ทั้งคาวหวาน

ไส้ของของเมล็ด – แก้เส้นโลหิตตีบในหัวใจ

ยางจากก้านใบและก้านดอก – แก้ท้องเดิน

ราก – แก้เสมหะ

ใบ- ใบบัว มีสารอัลคาลอยด์หลายชนิด ซึ่งสามารถปรุงเป็นยาได้หลายตำหรับ และมีสรรพคุณทางยาดังนี้
– ลดความดันโลหิตสูง ใบสด หรือแห้งหั่นเป็นฝอยต้มกับน้ำพอท่วมจนเดือด 10-15 นาที ดื่มครั้งละ 1 แก้ว วันละ 3 ครั้ง ติดต่อกันอย่างน้อย 20 วัน แล้วตรวจวัดความดันโลหิตเป็นระยะพร้อมทั้งสังเกตอาการ ได้แก่ อาการปวดศีรษะ ปวดท้ายทอย เวียนศีรษะ มึนงง ถ้าดื่มแล้วความดันโลหิตลดลงก็ต้องหมั่นตรวจวัดความดันโลหิตอย่างน้อยเดือนละ 2-3 ครั้ง พร้อมทั้งสังเกตอาการดังกล่าว ถ้ามีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์
– ระงับอาการหวัด และช่วยลดเสมหะ ในสมัยโบราณได้มีการนำใบบัวมาหั่นเป็นฝอยผึ่งแดดให้แห้งทำเป็นมวนสูบบรรเทาอาการหวัดคัดจมูก

ที่มา : สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา

เมื่อไม่นานที่ผ่านมาเราได้มีโอกาศไปเที่่ยวงานที่สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตฯ งานนี้มีบัวเป็นตัวชูโรง มีผลิตภัณฑ์จากบัวหลวงมาโชว์เยอะแยะมากมาย เช่น

ผ้า ใยบัว น้ำรากบัว น้ำดอกบัว ชาเกสรบัว ชาใบบัว ไอศครีมจากเกสรบัว คุกกี้จากแป้งบัว น้ำหอม ยาดม  เมี่ยงคำดอกบัวอ่อนและกลีบบัว และส่วนของกลีบดอก เกสร ใบ ที่เหลือเศษเล็กเศษน้อยก็นำไปใส่ถุงผ้าสวยๆใส่การะบูนเข้าไปใช้สำหรับไล่ กลิ่นอับในรถ และยังมีอีกมายสำหรับสรรพคุณของบัวหลวง

ผู้ที่ชื่นชอบ สรรพคุณของบัวหลวง ก็ลองหาซื้อไว้ไปปลูกที่บ้านใส่กระถางก็ได้ ท่านจะได้ทั้งเป็น ไม้ประดับ ไม้ใบ พร้อมกับสมุนไพรดีๆ ไว้ในบ้านของท่าน ถ้าหาซื้อไม่ได้ก็ติดต่อมานะ

2 Responses to สรรพคุณของบัวหลวง บัวไทย บัวฉัตรขาว บัวสัตตบุตย์

  1. อยากจะขอคำแนะนำหน่อยครับ พอดีผมอยากจะปลูก บัวหลวง ค่ะ ที่นี้มีจำหน่ายบัวหลวงใช่ไหมค่ะ และการปลูกบัวหลวงมันยากมากไหมค่ะดูแลง่ายไหมค่ะ แนะนำหน่อยค่ะ

    • มีค่ะ ทางสวนของเรามีขายอยู่ค่ะ ปลูกง่ายดูแลง่ายค่ะ ปลูกในกระถางก็ได้นะค่ะ เป็นใม้ประดับค่ะ และสพรรคุณของบัวหลวงนี้มีมากมายเลยค่ะ ลองหาซื้อมาปลูกได้นะค่ะ